พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/315/332
สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
ชื่อว่าโคดม ซึ่งมีสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก
ผู้นั้นจักเป็นโอรสผู้รับมรดกในธรรมของพระศาสดาพระองค์นั้น อันธรรม
นิรมิต จักรู้ทั่วถึงพระดำรัสที่พระพุทธเจ้าเปล่งเป็นอาสภิวาจา กำหนดรู้
อาสวะทั้งปวงแล้ว จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะนิพพาน ข้าพระองค์มีจิตเลื่อมใส
โสมนัส ยังความยินดีให้เกิดโดยยิ่ง ข้าพระองค์ละกำเนิดมนุษย์แล้ว
ได้ไปสู่กำเนิดทิพย์ วิมานของข้าพระองค์สวยงาม สูงเยี่ยม เป็นที่
รื่นรมย์ใจ เมื่อข้าพระองค์ออกจากวิมาน เทวดาทั้งหลายย่อมกั้นฉัตรขาวให้
ข้าพระองค์กลับได้สัญญาในกาลนั้น นี้เป็นผลแห่งบุรพกรรม ข้าพระ
องค์จุติจากเทวโลกแล้ว ได้มาสู่ความเป็นมนุษย์ ในกัลปที่ ๗๐๐ แต่
กัลปนี้ ข้าพระองค์ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๖ ครั้ง จุติจากกายนั้นแล้ว
ได้ไปสู่ไตรทศบุรี ท่องเที่ยวไปโดยลำดับแล้ว ได้มาสู่ความเป็นมนุษย์
อีก ชนทั้งหลายได้กั้นฉัตรขาวให้ข้าพระองค์ผู้ลงสู่ครรภ์มารดา ข้าพระองค์
มีอายุ ๗ ปีแต่กำเนิด ออกบวชเป็นบรรพชิต พราหมณ์ มีนามว่าสุนันทะ
รู้จบมนต์ เขาได้ถือเอาฉัตรมีสีดังแก้วผลึกมาถวายแก่อัครสาวก พระสารี
บุตรมหาวีระ ผู้มีวาจาน่าบูชา อนุโมทนา ข้าพระองค์ฟังอนุโมทนาของ
ท่านแล้ว ระลึกถึงบุรพกรรมได้ จึงประนมกรอัญชลี ยังจิตของตนให้
เลื่อมใส ระลึกถึงกรรมเก่าได้แล้วได้บรรลุอรหัต ลุกจากอาสนะนั้นแล้ว
ประนมกรอัญชลีเหนือเศียร ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าแล้ว เปล่งวาจา
นี้ว่า ในกัลปที่แสนแต่กัลปนี้ ข้าพระองค์ได้ถวายฉัตรอันวิจิตรประดับ
สวยงามแด่พระพุทธเจ้า ผู้ยอดเยี่ยมในโลก พระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้
แจ้งโลก สมควรรับเครื่องบูชา พระสยัมภูอัครบุคคลทรงรับด้วยพระหัตถ์
ทั้งสอง โอ พระพุทธเจ้า โอ พระธรรม โอหนอ ความถึงพร้อมแห่ง
ศาสดา ด้วยการถวายฉัตรคันหนึ่ง ข้าพระองค์ไม่เข้าถึงทุคติเลย ข้า
พระองค์เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นได้แล้ว กำหนดรู้อาสวะ
ทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔