พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/312/330
สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
ตามคำสอนของพระศาสดา ในปาพจน์อันพิสดาร ในศาสนาอันเกื้อกูล
แก่ชนเป็นอันมากนั้น พระนครชื่อว่าสาวัตถี พระเจ้าโกศลเป็นใหญ่ใน
นครนั้น พระองค์เสด็จไปสู่โพธิพฤกษ์อันอุดมด้วยรถอันเทียมด้วยช้างพลาย
ข้าพระองค์เห็นช้างพลายของพระเจ้าโกศลนั้นแล้ว ระลึกถึงบุพกรรม
ประนมกรอัญชลีแล้วได้ไปสู่ที่ประชุม ข้าพระองค์มีอายุ ๗ ปีแต่กำเนิด
ได้บวชเป็นบรรพชิต พระเถระชื่ออานนท์ เป็นพระสาวกอุปัฏฐานพระ
พุทธเจ้า ท่านมีคติ มีธิติ มีสติ เป็นพหูสูต มีความรุ่งเรืองมาก ยังจิต
ของพระราชาให้ทรงเลื่อมใสส่งกลับไป ข้าพระองค์ได้ฟังธรรมของท่าน
พระอานนท์แล้ว ระลึกถึงบุรพกรรมอยู่ในที่นั้นเอง ได้บรรลุอรหัต
ข้าพระองค์ห่มจีวรเฉวียงบ่า ประนมกรอัญชลีบนเศียรเกล้า ถวายบังคม
พระสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้เปล่งวาจานี้ ข้าพระองค์ถือเอาดอกไม้ย่านทราย
ไปวางที่อาสนะทองของพระพุทธเจ้า พระนามว่าปทุมุตระ ผู้เป็นจอมสัตว์
ผู้คงที่ ข้าแต่พระองค์ผู้จอมสัตว์ เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ
ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ละความชนะและความแพ้แล้ว บรรลุถึงฐานะอัน
ไม่หวั่นไหว ในกัลปที่ ๒๕๐๐๐ (แต่กัลปนี้) ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอม
กษัตริย์แปดหมื่นแปดร้อยล้านพระองค์ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระองค์ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ
ศาสนาข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระนิคคุณฑิปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน.
สุมนาเวฬิยเถราปทานที่ ๘ (๓๒๘)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยพวงมาลัยดอกมะลิ
[๓๓๐] ชนทั้งปวงมาประชุมกันทำการบูชาใหญ่ แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่า
เวสสภู ผู้เป็นเชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ในกาลนั้น เราใส่ก้อนปูนขาวแล้ว
วางพวงมาลัยดอกมะลิไว้บูชาข้างหน้าแห่งอาสนะทอง ชนทั้งปวงมามุงดู