พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/311/329

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
เล่ม 32
หน้า 311
นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทานที่ ๗ (๓๒๗) ว่าด้วยผลแห่งกรรมดี
[๓๒๙] เมื่อใดเทวดาจะจุติจากหมู่เทวดาเพราะสิ้นอายุ เมื่อนั้น เทวดาทั้งหลายผู้ พลอยยินดีก็เปล่งเสียง ๓ ประการว่า ท่านผู้เจริญ ท่านจากนี้จงไปสู่สุคติ สู่ความเป็นสหายของมนุษย์ เป็นมนุษย์แล้ว จงได้ศรัทธาอันยอดเยี่ยม ในพระสัทธรรม ศรัทธาของท่าน ตั้งมั่นลงแล้ว จะเกิดเป็นมูลเค้า เป็นที่พึ่ง จงมั่นคงในพระสัทธรรมอันพระผู้มีพระภาคประกาศดีแล้ว ตลอดชีวิตจงทำ กุศลด้วยกาย จงทำกุศลด้วยวาจา จงทำกุศลด้วยใจ ให้มาก จงทำความ ไม่เบียดเบียน จงทำความไม่มีอุปธิ จงทำบุญให้ยิ่งไปกว่านั้นด้วยการให้ ทานให้มาก จงชักชวนผู้อื่นให้ตั้งมั่นในพรหมจรรย์ อันเป็นสัทธรรมอย่าง ประเสริฐ หมู่เทวดาย่อมอนุโมทนากะเทวดาผู้จะจุติด้วยความอนุเคราะห์ นี้สั่งว่า จงมาบ่อยๆ นะเทวดา ดังท่านผู้รู้แจ้งอนุโมทนากะพระพุทธเจ้า ฉะนั้น ในกาลนั้น เมื่อหมู่เทวดามาประชุมกัน ข้าพระองค์เกิดความ สลดใจว่า เราจุติจากนี้แล้ว จักไปสู่กำเนิดอะไรหนอ พระสมณะผู้มี อินทรีย์อันอบรมแล้ว ท่านมีนามชื่อว่าสุมนะ เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า พระนามว่าปทุมุตระ รู้ความสลดใจของข้าพระองค์ ประสงค์จะช่วยเหลือ จึงมาสู่สำนักของข้าพระองค์ พร่ำสอนอรรถธรรมแล้ว ยังข้าพระองค์ให้ สังเวชในกาลนั้น. จบ ภาณวารที่ ๑๒. ข้าพระองค์ฟังคำของท่านแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า อภิวาทท่าน ผู้เป็นนักปราชญ์แล้ว ทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น ข้าพระองค์นั้น อันกุศลมูล ตักเตือนแล้ว อุบัติในภพนั้นแล อยู่ในครรภ์มารดา ทรงอยู่ในมารดาอีก ข้าพระองค์จุติจากกายนั้นแล้ว ได้อุบัติในไตรทศ (ดาวดึงส์) ใน ระหว่างนี้ ข้าพระองค์ไม่เห็นความโทมนัสในกาลนั้นเลย ข้าพระองค์เคลื่อน จากดาวดึงส์แล้ว ลงสู่ครรภ์มารดา ออกจากครรภ์มารดาแล้ว ไม่รู้ทุกข์ อะไรๆ ข้าพระองค์มีอายุ ๗ ปี แก่กำเนิด ได้เข้าสู่อารามของพระผู้มี พระภาคพระนามว่า โคดมศากยบุตร ผู้คงที่ ได้เห็นภิกษุทั้งหลายผู้ทำ