พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/309/327

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
เล่ม 32
หน้า 309
เจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ มีพระประสงค์สำเร็จทุกอย่าง ทรงมีประโยชน์ ใหญ่หลวงแก่โลก ๓ ร่าเริงดังปากเบ้า มีพระรัศมีสุกสะกาวเช่นกับถ่าน เพลิงไม้ตะเคียน ดังพระอาทิตย์อุทัย เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ เสด็จ เข้ามาหา (เรา) แล้วได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า ดูกรกุมาร ความไม่เบียด เบียนสัตว์ทั้งปวง การงดเว้นจากความเป็นขโมย การประพฤตินอกใจ และการดื่มน้ำเมา ความยินดีในการประพฤติสม่ำเสมอ พาหุสัจจะ และ ความเป็นผู้กตัญญู เราชอบใจธรรมเหล่านี้ บัณฑิตพึงสรรเสริญทั้งใน ปัจจุบันและอนาคต ท่านเจริญธรรมเหล่านี้ ยินดีในความเกื้อกูลแก่สัตว์ ทั้งปวง ยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าแล้ว จงเจริญมรรคอันสูงสุด พระสัพพัญญู เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ตรัสดังนี้ ครั้นทรง พร่ำสอนเราอย่างนี้แล้ว เสด็จเหาะขึ้นสู่เวหาสไป เราชำระจิตให้ บริสุทธิ์ก่อนแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสในภายหลัง ด้วยความเลื่อมใสแห่ง จิตนั้น เราได้เข้าถึงชั้นดุสิต ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เรายังจิตให้ เลื่อมใสในกาลใด ด้วยกรรมในกาลนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระยัญญสามิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ยัญญสามิกเถราปทาน. นิมิตตสัญญกเถราปทานที่ ๕ (๓๒๕) ว่าด้วยผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า
[๓๒๗] เราอยู่ในอาศรมใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เราได้เห็นกวางทองกำลังเที่ยว เดินอยู่ในไพรวัน จึงยังจิตให้เลื่อมใสในกวางทอง แล้วจึงระลึกถึงพระ พุทธเจ้าผู้เจริญที่สุดในโลก เราระลึกถึงพระพุทธเจ้าเหล่าอื่น คือ พระ พุทธเจ้าในอดีต ในปัจจุบัน และในอนาคต ด้วยจิตเลื่อมใสนั้นว่า