พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/305/322

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
เล่ม 32
หน้า 305
ได้เห็นพระชินเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ กำลังประทับนั่งเข้าสมาธิอยู่ ดัง ดอกบัวบานฉะนั้น ในกาลนั้น เราจึงเด็ดดอกบัว ๗ ดอกที่ขั้ว โปรยบูชา ที่พระเศียรของพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ เราเข้าเฝ้าองค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีพระฉวีวรรณดังทองคำ มีพระหฤทัยมั่นคง ในการ อนุกูล ยากที่จะเข้าใกล้ได้ ดังช้างมาตังคะตกมัน ๓ ครั้ง มีพระปัญญา ทรงอบรมอินทรีย์แล้ว ได้ประนมกรอัญชลีถวายบังคมแด่พระศาสดา ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระนาลิปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ นาลิปุปผิยเถราปทาน. กุมุทมาลิยเถราปทานที่ ๑๐ (๓๒๐) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยพวงโกมุท
[๓๒๒] เราได้เห็นพระมหาวีรเจ้า พระนามว่าวิปัสสี ผู้ประเสริฐแกล้วกล้า ทรงชนะวิเศษ แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง องอาจ ดังพระยาราชสีห์ ผู้ควรรับเครื่องบูชา เสด็จดำเนินอยู่ในถนน เราจึงถือเอาพวงโกมุท ไป บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชา พระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้ เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระกุมุทมาลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ กุมุทมาลิยเถราปทาน.