พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/304/320 321

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
เล่ม 32
หน้า 304
ติรังสิยเถราปทานที่ ๘ (๓๑๘) ว่าด้วยผลแห่งความสรรเสริญ
[๓๒๐] ปิติเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ ผู้ องอาจดังพระยาราชสีห์ ประทับนั่งอยู่ ณ ระหว่างภูเขา ยังทิศให้สว่าง ไสว ดังกองไฟที่ภูเขา และเพราะได้เห็นแสงสว่างของพระอาทิตย์ แสงสว่างของพระจันทร์ และแสงสว่างของพระพุทธเจ้า ครั้นเราได้เห็น แสงสว่าง ๓ ประการ และเห็นพระสาวกอันอุดมแล้ว จึงทำหนังสัตว์ เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง แล้วสรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกว่า พระจันทร์ พระอาทิตย์ และพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ๓ อย่าง นี้แล ส่องแสงสว่างในโลก เป็นผู้บรรเทาความมืดของโลก เรายกข้อ อุปมาขึ้นสรรเสริญพระมหามุนี ครั้นเราสรรเสริญพระคุณของพระพุทธเจ้า แล้ว บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัลป ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ สรรเสริญพระพุทธเจ้าใด ด้วยการสรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้ เป็นผลแห่งความสรรเสริญ ในกัลปที่ ๖๑ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักร พรรดิพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าญาณวระ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระติรังสิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ติรังสิยเถราปทาน. นาลิปุปผิยเถราปทานที่ ๙ (๓๑๙) ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกบัว ๗ ดอก
[๓๒๑] ในกาลนั้น เราเป็นชาวนาอยู่ ณ ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำสินธุ ประกอบ ในแหล่งการงานของผู้อื่น อาศัยอาหารของผู้อื่น เราเที่ยวไปตามแม่น้ำสินธุ