พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/303/319
สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
ประเสริฐกว่านระ พระองค์เป็นสัพพัญญู ครั้นเราสรรเสริญพระพุทธเจ้า
พระนามว่าสิขี ด้วยการทำนิมิตกราบไหว้อาสนะแล้ว บ่ายหน้ากลับไป
ทางทิศอุดร ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้สรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้
ประเสริฐกว่าชน ด้วยการสรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล
แห่งการสรรเสริญ ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗
พระองค์ ทรงพระนามว่าอดุลยะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี
พลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอาสนถวิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อาสนถวิกเถราปทาน.
สัททสัญญกเถราปทานที่ ๗ (๓๑๗)
ว่าด้วยผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า
[๓๑๙] พระมหาวีรเจ้าผู้มีพระรูปพระโฉมสวยงามน่าดู ทรงแสดงอมตบทอยู่
พระองค์แวดล้อมด้วยหมู่พระสาวก ประทับอยู่ ณ วิหารอันอุดม ทรงสง
เคราะห์มหาชนด้วยพระวาจาอันไพเราะ ได้มีเสียงกึกก้องแผ่ไปกว้างขวาง
แผ่ไปในเทวดาและมนุษย์ เราได้ฟังเสียงนฤโฆษแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใส
ในพระสุรเสียงของพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้แสวงหาคุณใหญ่
ได้ถวายบังคมพระองค์ผู้เป็นนายกของโลก ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้
เราได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วยสัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล
แห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จ
แล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัททสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สัททสัญญกเถราปทาน.