พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/302/317 318

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
เล่ม 32
หน้า 302
ปุปผาสนทายกเถราปทานที่ ๕ (๓๑๕) ว่าด้วยผลแห่งการถวายอาสนะดอกไม้
[๓๑๗] เราได้ต้อนรับพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ไม่ทรงแพ้อะไรๆ มีพระฉวีวรรณดังทองคำ พระรัศมีเปล่งปลั่งดังพระอาทิตย์ เสด็จดำเนิน อยู่ในที่ไม่ไกล เชิญเสด็จให้เข้ามายังอาศรมแล้ว ได้ถวายอาสนะดอกไม้ ด้วยใจอันผ่องใส ในกาลนั้น เราประนมกรอัญชลีแล้ว เกิดความปลื้มใจ ยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าแล้ว น้อมกรรมนั้นไปด้วยความปรารถนา ว่า บุญกุศลอันใดมีอยู่ ที่เราได้ทำกะพระสยัมภูผู้ไม่แพ้อะไรๆ ด้วย บุญกุศลทั้งปวงนั้น ขอเราจงเป็นผู้ปราศจากมลทินในศาสนา ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายอาสนะดอกไม้ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่ รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายอาสนะดอกไม้ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปุปผาสนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ปุปผาสนทายกเถราปทาน. อาสนถวิกเถราปทานที่ ๖ (๓๑๖) ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญ
[๓๑๘] ในกาลนั้น เราเที่ยวค้นหาพระเจดีย์ อันชื่อว่าอุตตมะ ของพระพุทธเจ้า พระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก ในไพรวันอันเป็นป่าใหญ่ เรา ออกจากป่าใหญ่ จึงได้พบพระที่นั่งทอง เราทำหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมกรอัญชลีสรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้นายกของโลก ครั้นสรรเสริญ พระพุทธเจ้าผู้อัครนายกของโลกในส่วนกลางวันแล้ว มีจิตโสมนัสยินดี ได้เปล่งวาจานี้ว่า ขอนอบน้อมแด่พระองค์ บุรุษอาชาไนย ขอนอบน้อม แด่พระองค์ อุดมบุรุษ ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า เชษฐบุรุษของโลก