พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/290/298 299

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
เล่ม 32
หน้า 290
ปทปูชกเถราปทานที่ ๖ (๒๙๖) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาพระบาท
[๒๙๘] ในกาลนั้น เราเป็นกินนรอยู่ที่ภูเขาหิมวันต์ เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ ปราศจากธุลี มีรัศมีผุดผ่องดังพระจันทร์ เวลานั้น เราได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระนามว่าวิปัสสี ผู้นำโลกแล้วได้เอา (น้ำ) แก่นจันทน์และกฤษณา รดลงที่พระบาท ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระบาทใด ด้วย การบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระบาท คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปทปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ปทปูชกเถราปทาน. เทสกิตติกเถราปทานที่ ๗ (๒๙๗) ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญ
[๒๙๙] ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์มีนามว่าอุปสาลหกะ เราเข้าไปยังป่าชัฏ ได้ เห็นพระพุทธเจ้าผู้เป็นนาถะของโลก ประเสริฐกว่านระ ผู้ควรรับเครื่อง บูชาของโลก แล้วได้ถวายบังคมแทบพระบาท พระพุทธเจ้าทรงทราบว่าเรา มีจิตเลื่อมใสแล้ว ทรงหายไป เราออกจากป่าแล้ว ระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ ประเสริฐสุด เราสรรเสริญประเทศนั้นแล้ว บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอด กัลป ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้สรรเสริญประเทศใด ด้วยการ สรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเทสกิตติกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ เทสกิตติกเถราปทาน.